06 เมษายน 2554

11. น้ำใจนายกฤษณา

     “พรุ่งนี้มาดามจะกลับบ้านแล้ว งั้นคืนนี้ผมขอเชิญมาดามไปทานข้าวที่บ้านนะครับ” ระหว่างทางที่กลับไปส่งฉันยังโรงแรมกฤษณาออกปากเชื้อเชิญฉัน
     ฉันออกจะประหลาดใจนิดหน่อย แล้วก็อึ้งๆ ไม่รู้จะตอบรับหรือปฏิเสธดี เพราะใจนึงก็ยังกลัวๆ ไม่ไว้ใจเขานัก แล้วอีกอย่างยังไม่เคยรับปากไปกินข้าวบ้านคนขับแท็กซี่ซักครั้งในชีวิต
     “เอ แล้วคุณอยู่กับใครล่ะที่บ้าน” ฉันลองถามอ้อมๆ เพื่อให้แน่ใจว่าฉันจะไม่ไปอยู่ในบ้านกับเขาสองต่อสอง
     “อ๋อกับภรรยาและลูกสองคนน่ะครับ” กฤษณาตอบด้วยรอยยิ้มตาหยี ดูแววตามีความสุข
     “เอ แล้วยังงี้ใครจะเป็นคนทำอาหารให้ทานล่ะ” ฉันสอบสวนต่อ เริ่มคิดภาพตัวเองโดนวางยาในอาหาร
     “ภรรยาผมครับ เธอจะเป็นคนทำอาหาร” เขาอธิบาย
     ฉันเริ่มใจชื้นขึ้นมาหน่อยแต่ก็ยังไม่ได้เลิกกังวลซะทีเดียว อีกใจหนึ่งก็ไม่อยากทำให้เขาเสียใจเดี๋ยวจะนึกว่ารังเกียจ
     “ได้สิฉันไปจะ” ฉันตอบรับออกไป คิดว่ามันเป็นการผจญภัยอย่างหนึ่ง
     “ถ้างั้นเดี๋ยวตอนค่ำผมมารับประมาณหนึ่งทุ่มนะครับ” กฤษณานัดแนะ
     ฉันลงรถกลับเข้าไปในโรงแรม พนักงานคนหนึ่งเดินเอาถั่วพิซทาชิโอ (Pistachio) มาให้หนึ่งถุงใหญ่
     คนที่นี่ใจดีมีน้ำใจ เพียงแค่ฉันสอบถามจูเกชว่าฉันจะไปซื้อถั่วได้จากตลาดที่ไหน เขาก็สั่งให้พนักงานไปซื้อมาให้เพียงเพราะกลัวว่าฉันจะไปหาไม่พบและไม่ได้ถั่วคุณภาพเกรดเอ
     เรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ มักจะเป็นเรื่องที่ฉันรู้สึกประทับใจได้เสมอ
     ก่อนจะออกจากโรงแรมไปทานอาหารมื้อค่ำ ฉันบอกกับพนักงานเปิดประตูที่เริ่มคุ้นเคยกันดีเพราะเห็นหน้ากันมากว่าอาทิตย์ ว่าจะออกไปทานอาหารข้างนอกกับกฤษณาพนักงานขับรถ เผื่อมีอะไรไม่ดีเกิดขึ้น อย่างน้อยเขาก็จะรู้ว่าฉันจะอยู่ที่ไหน
     เส้นทางไปยังบ้านของกฤษณานั้นซับซ้อน ซอกแซก และค่อนข้างมืด ไม่ว่าฉันจะพยายามจำทางเท่าไหร่นับเลี้ยวขวาเลี้ยวซ้ายตามที่รถเลี้ยวไป ฉันก็ไม่อาจจำได้เพราะบ้านของเขาอยู่ออกนอกเมืองไป ไกลพอสมควร ตาก็กวาดมองไปรอบๆ เห็นเทพเจ้าที่ไหนก็สวดมนต์ขอพรให้ปลอดภัย 
     เมื่อมาถึงและจอดรถกฤษณาเดินนำฉันเข้าไปยังตึกไม่สูงนัก คล้ายๆ แฟลตบ้านเรา เดินขึ้นบันไดไป 3 ชั้น เขาก็เปิดห้องออกมา ด้านในนั้นเป็นห้องนอนที่มีเตียงของเขาและลูก 2 คน ชุดรับแขกเล็กๆ และครัวภายในบริเวณประมาณ 4x5 เมตรได้ เป็นห้องที่ค่อนข้างเล็กมากๆ สำหรับจำนวนคนที่อยู่และการใช้ประโยชน์
     ฉันรู้สึกอึ้งและซึ้งในเวลาเดียวกัน อึ้งกับสภาพความเป็นอยู่ของเขา และซึ้งกับน้ำใจที่ใหญ่ไม่รู้กี่ร้อยเท่าของขนาดห้องนั้น
     เขาให้ฉันนั่งตรงเก้าอี้รับแขก ในขณะที่ลูกๆทั้งสองที่นั่งบนพื้นใกล้ๆ ต่างมองจ้องหน้าฉันด้วยแววตาประหลาดใจ ภรรยากำลังทำอาหารอยู่บนเตาที่อยู่ถัดไปไม่ไกลนัก เครื่องดื่มน้ำอัดลมสีดำถูกนำมาเสริฟให้แขกแปลกหน้า ซักครู่ญาติชายที่เจอกันเมื่อตอนกลางวันตามมาสมทบและร่วมพูดคุย
     แกงแพะถูกนำมาเสริฟในจานเหล็กใบเล็ก ฉันออกจะเขินๆ นิดหน่อย ไม่กล้าทาน ในใจก็ยังกังวลอยู่นิดหน่อย จนกระทั่งถูกคะยั้นคะยอจึงต้องจิ้มขึ้นมาทานพอเป็นพิธี
     “เอ แล้วพวกคุณไม่ทานกันเหรอ” ฉันถามเพราะไม่เห็นใครทานอาหาร
     “คุณทานก่อนเถอะครับ เป็นธรรมเนียมของทางเราที่ต้องให้แขกทานก่อน” กฤษณาบอก
     ฉันคิดว่ามื้อนั้นเขาคงทำอาหารขึ้นมาเป็นพิเศษสำหรับแขก เพราะปกติชาวเนปาลมักทานผักและข้าวเป็นหลัก จะทานเนื้อสัตว์กันซักทีต้องมีงานพิเศษ ทำให้ฉันซาบซึ้งใจมากขึ้นไปอีก
     ฉันนั่งคุยอีกซักพักก็ขอตัวกลับโดยมีนายกฤษณาขับรถมาส่งที่โรงแรม
     ก่อนจะลงฉันยื่นเงินจำนวนเล็กน้อยให้กับกฤษณา
     “ผมไม่รับหรอกครับวันนี้” เขาตอบ ไม่ยอมรับเงินที่ฉันยื่นให้
     “ไม่ได้หรอก ก็เธอมาส่งฉันถึงที่นี่ เสียค่าน้ำมัน” ฉันยืนยันที่จะให้
     “วันนี้คุณเป็นแขกของผม ผมไม่ได้มาทำงานให้คุณ เพราะฉะนั้นคุณไม่ต้องจ่ายเงินผม ผมรับไม่ได้จริงๆ”
     น้ำใจของคนนั้นวัดกันไม่ได้ด้วยฐานะจริงๆ คนที่จนแสนจนแต่กลับมีน้ำใจเหลือหลาย
     “รับไว้เถอะนะ ถ้าเธอไม่เอาไว้เอง ก็ถือว่าเอาไว้เป็นค่าขนมลูกก็แล้วกัน”​ ฉันพยาพยามหว่านล้อมให้เขารับเงินจำนวนนั้นไว้
     “ก็ได้ครับ ขอบคุณนะครับมาดาม คุณใจดีจริงๆ” เขาตอบพร้อมรอยยิ้มประทับใจ
     ฉันเดินลงจากรถตัวปลิว รู้สึกว่าการมาเที่ยวเนปาลในครั้งนี้สิ่งที่สร้างความประทับใจมากที่สุดไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยว กลับเป็นความมีน้ำใจของมนุษย์คนหนึ่งที่ได้ผ่านมาเจอกันเพียงชั่ว 3 วัน
      คืนนั้นฉันนอนหลับสนิทอย่างประหลาด
      กฤษณาเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ความใจดีมีน้ำใจของประเทศเนปาลที่ฉันประทับใจไม่เคยลืม ทำให้ฉันมีเรื่องเล่าและภาพความทรงจำดีๆ ที่อาจแตกต่างออกไปจากคนอื่นอยู่บ้าง
     ความประทับใจในครั้งนั้นติดตรึงอยู่ในใจฉันตลอดเวลา​ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในเหตุผลที่ฉันกลับไปเที่ยวที่เนปาลอีกหลายครั้ง แต่ละครั้งต่างมีเรื่องราวดีๆ เกิดขึ้น ต่างกาล ต่างวาระ 
     ติดตามกันต่อไปในภาค 2 นะคะ ว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับฉันบ้าง 

2 ความคิดเห็น:

  1. เหมือนเรื่องที่เคยฟังมาแล้วเลย พอมาอ่านแบบเชิงนวนิยายก็ถ่ายทอดออกมาได้ไม่ผิดเพี้ยนเลยจ้ะ

    ตอบลบ
  2. เรื่องมันฝังใจน่ะ : )

    ตอบลบ